ลุ้นยิ่งกว่าลูก ! ก็ตอนเกรดออกนี่แหละ

ลุ้นยิ่งกว่าลูกก็ตอนที่เกรดออกนี่แหล่ะ!

ยุคสมัยนี้นอกจากจะนั่งคุยถึงเรื่องหนัง ละครซีรีส์ ของกินและเรื่องแพลนไปเที่ยวที่ต่างๆในวันหยุดแล้ว อีกเรื่องที่เป็นหัวใจหลักของผู้ปกครองก็หนีไม่พ้นการเม้าส์มอยเรื่องคุณลูกตัวดีนั่นแหล่ะ  เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ก็ตอนที่มีลูกเป็นของตัวเอง ทุกวินาทีของพัฒนาการมีอะไรให้ลุ้นไม่หยุดหย่อน  ยิ่งตอนเริ่มเข้าโรงเรียนตั้งแต่ครั้งเริ่มแรกใครๆก็อยากให้ลูกได้เรียนที่ดีๆโรงเรียนดังๆเพื่อให้ลูกได้รับการศึกษาและการเอาใจใส่รวมถึงมีสังคมมีเพื่อนที่ดีไปด้วยตอนต้องสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนครั้งแรกในชีวิตลูกแทนที่เขาจะเป็นคนตื่นเต้นเราที่เป็นแม่เองต่างหากกลับตื่นเต้นซะจนนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว ความรู้สึกตอนนั้นเป็นอะไรที่ลุ้นมากจริงๆตอนนี้ล่ะพอลูกได้เป็นนักเรียนแล้วก็จะมีเรื่องให้ตื่นเต้นในทุกปลายเทอมก็เรื่องประกาศผลสอบนี่แหล่ะลุ้นจนแทบไม่เป็นอันทำอะไรต้องซ่อนอาการไว้ไม่ให้ลูกสังเกตได้เพราะก็ไม่อยากให้เขาเครียดหรือตื่นเต้นไปกับเราไม่อย่างนั้นเขาอาจจะรู้สึกว่าถูกกดดันอยู่

 

ย้อนกลับไปในวันหยุดก่อนหน้าวันสอบที่ต้องรับหน้าที่เป็นโค้ชในการสอนเขาให้แก้โจทย์ตีปัญหาให้ออกเพื่อทำข้อสอบให้ได้เร็วที่สุดอย่างน้อยก็ให้เสร็จทุกข้อตามเวลาที่กำหนดเทคนิคต่างๆที่ต้องคิดค้นหาวิธีลัดเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้องฯลฯ ทำเอาคุณแม่อย่างเราแอบเครียดไปเหมือนกันทั้งหมดที่ทำที่ตั้งใจทุ่มเทเพราะอยากให้เขามีผลการเรียนที่ดีเพื่อโอกาสสำหรับอนาคตนั่นแหล่ะสังคมปัจจุบันสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือการแข่งขันทางด้านการศึกษาทักษะความสามารถเพื่อให้ได้มีการงานตำแหน่งและความก้าวหน้าทางอาชีพความมั่นคงต่างๆสิ่งที่แม่อย่างเราทำได้ในตอนนี้คือเป็นแรงผลักดันและแรงสนับสนุนให้เป็นที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

รากฐานที่มั่นคงเพื่อความก้าวหน้าในอนาคต

 

สิ่งสำคัญที่ต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่เขาเข้าเรียนใหม่ๆนั่นคือพื้นฐานวิชาหลักอย่างคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หากพวกเขามีความตั้งใจเปิดรับและสนใจวิชาเหล่านี้ก็จะเป็นการง่ายสู่การศึกษาเพิ่มทักษะอื่นๆตามมา สิ่งหนึ่งที่ต้องพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้เขารับมือกับการสอบปลายภาคให้ดีก็คือ

  1. เข้าใจลักษณะกาารรับรู้ของลูก ข้อนี้คุณแม่ควรยกให้เป็นอันดับหนึ่งคือต้องเข้าใจเขาว่าเขามีความสามารถในการรับข้อมูลมากน้อยแค่ไหนการจัดตารางเวลาให้เขาเพื่อกระจายการเรียนรู้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำหากเขามีความสามารถหรือสมาธิในการรับรู้ในระดับปานกลางเพื่อให้เขามีระบบระเบียบในการกลั่นกรองความคิดเพิ่มพื้นที่ในการจดจำและพร้อมจะเรียนรู้เพิ่มเติมหลังจากได้ผ่อนคลายกับการเล่นตามวัยของเด็กเพราะเด็กจะมีพัฒนาการแต่ละด้านที่แตกต่างกันออกไป
  2. ใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อย ซึ่งเด็กมีลักษณะนิสัยต่างกันการพูดการอ่านการกลั่นกรองความคิดจึงแตกต่างกันไปเ พราะฉะนั้นหากเห็นว่าลูกเพื่อนหรือลูกข้างบ้านมีไหวพริบที่ดีกว่าจึงไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึกด้อยและอาจเกิดความทดถอยน้อยใจจากความกดดันจากคำพูดของพ่อแม่ทำให้เขาอาจไม่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม
  3. หมั่นฝึกฝนด้วยวิธีใหม่มีเทคนิคด้านการสอดแทรกสาระโดยที่เขาไม่รู้ตัวอันนี้เป็นวิธีที่คุณแม่อย่างเราต้องทำการบ้านเยอะทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีหรือเกมเข้ามาช่วยเพื่อให้เขารู้สึกสนุกมีความผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้ฝึกฝนทักษะใหม่ๆสร้างความรักและกระตุ้นให้เขาอยากเรียนรู้เพิ่มอย่างสม่ำเสมอนำไปสู่การหาวิธีการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
  4. กระตุ้นด้วยการไม่คาดหวัง แต่ต้องเป็นการเลือกสิ่งเร้าที่ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่เรียนพิเศษที่มีบุคลากรและใช้เทคนิคสมัยใหม่ทำให้เขาพร้อมและเปิดรับการเรียนรู้ก็อีกนั่นแหล่ะเดี๋ยวนี้ก็ต้องยอมรับว่าโรงเรียนพิเศษจะมีคุณครูอาจารย์รุ่นใหม่ที่มีวิธีการสอนแบบตรงใจเด็กและวัยรุ่นที่บางที่แม่อย่างเราก็คิดไม่ถึงเหมือนกันวิธีนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่ช่วยให้เขามีพัฒนาการที่ดี

 

เฮ้อ..ถอนหายใจยาวๆแล้วทำตามวิธี 4 ข้อแบบนี้ช่วยได้เยอะเพราะลูกไม่รู้สึกว่าเราฝากความหวังไว้ที่เขามากเกินไปก่อนวันสอบหรือวันไหนๆก็ต้องดูแลเขาอย่างสม่ำเสมอทุกวันปลูกฝังให้รักการอ่านหนังสือเวลาที่เห็นเขาหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านก็อาจจะมีขนมหรือนมให้เขาเพื่อให้เขารู้สึกถึงความรักและเขาจะทำได้อย่างเต็มที่การพักผ่อนนอนให้หลับก็เป็นเรื่องสำคัญยิ่งก่อนวันสอบด้วยแล้วก็ปล่อยให้เขาเล่นอย่างเต็มที่ไปเลยเพื่อให้ผ่อนคลายไม่เคร่งเครียดจนเกินไปแล้วก็นอนแต่หัวค่ำเพื่อให้ตื่นมาอย่างสดใสในเช้าวันสอบ

 

และแล้ววันประกาศผลสอบก็มาถึง... วันนี้นะในใจลึกๆแล้วหัวใจเต้นโครมครามมีความกังวลแต่ก็มีความหวังวิธีที่ดีที่สุดคือให้วันนี้เป็นวันแห่งความสุขอย่าให้เขารู้สึกว่าเอ๊ะ..เราหวังจะเห็นอะไรหรือเปล่าและไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงสิ่งแรกที่ควรทำนั่นคือการ greeting แสดงความยินดีตื่นเต้นที่ได้เห็นและชมเพื่อให้เขาได้แรงกระตุ้นในการทำให้ดีขึ้นในครั้งต่อๆไป

 

ต้องอย่าลืม!! หากผลออกมาไม่ดีอย่าดุลูกเป็นอันขาด คุณแม่สมัยใหม่อย่างเราการให้กำลังใจและพูดให้ลูกเกิดความเชื่อมั่นเกิดแรงผลักดันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด